โลโก้กรมวิชาการเกษตรไทย

สมัครงานราชการ เจ้าพนักงานการเกษตร กรมวิชาการเกษตร 2568

h2.wp-block-heading, h3.wp-block-heading, h4.wp-block-heading, h5.wp-block-heading, h6.wp-block-heading { border-bottom: 2px solid #00c2ff !important; padding-bottom: 8px !important; } a { color: #00c2ff !important; text-decoration: none !important; } a:hover, a:focus { text-decoration: underline !important; } .wp-block-paragraph { margin-bottom: 1em !important; line-height: 1.6 !important; } ul { margin-left: 1.5em !important; line-height: 1.6 !important; } blockquote.wp-block-quote { border-left: 4px solid #00c2ff !important; background-color: #f0faff !important; padding: 10px 15px !important; margin: 1em 0 !important; } strong, b { font-weight: 700 !important; } em, i { font-style: italic !important; }

กรมวิชาการเกษตรเจ้าพนักงานการเกษตร: แนวทางสมัครและเตรียมความพร้อม

ระยะเวลาการอ่านโดยประมาณ: 7 นาที

  • กรมวิชาการเกษตร เปิดรับสมัคร เจ้าพนักงานการเกษตร จำนวน 1 ตำแหน่ง ในปี 2568 พร้อมเงินเดือน 15,760 และ 16,700 บาท
  • คุณสมบัติหลักคือวุฒิ ปวท., ปวส., หรืออนุปริญญา ในสาขาเกษตรที่เกี่ยวข้อง พร้อมทักษะทางเทคนิคเฉพาะ
  • การสอบคัดเลือกมี 3 ด้าน ได้แก่ ความรู้ความสามารถ, ทักษะ, และสมรรถนะส่วนบุคคล
  • เตรียมตัวโดยศึกษาประกาศรับสมัคร ทบทวนเนื้อหาเกษตรกรรม ฝึกทำข้อสอบ และพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้อง
  • ติดตามข่าวสารและประกาศรับสมัครได้ที่ กรมวิชาการเกษตร และ สำนักงาน ก.พ.



สารบัญ



รายละเอียดตำแหน่งงาน: กรมวิชาการเกษตรเจ้าพนักงานการเกษตร

รายละเอียดทั่วไปของตำแหน่ง

  • ตำแหน่ง: เจ้าพนักงานการเกษตร (พนักงานราชการ)
  • จำนวน: 1 ตำแหน่ง
  • ประเภทงาน: เทคนิค
  • เงินเดือน: 15,760 และ 16,700 บาท
  • สถานที่ทำงาน: กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
  • เปิดรับสมัคร: ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม ถึง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568
  • ระดับการศึกษา: ปวท., ปวส., อนุปริญญา ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร

สำหรับรายละเอียดคุณสมบัติเฉพาะและลักษณะงานที่ปฏิบัติ ให้ดูประกาศกรมวิชาการเกษตรลงวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2568 ซึ่งระบุอย่างชัดเจนในเอกสารแนบ ดาวน์โหลดเอกสารที่นี่



คุณสมบัติและความสามารถที่ต้องมี

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

  • วุฒิการศึกษา ปวท., ปวส., อนุปริญญา ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร
  • มีความรู้และทักษะด้านเทคนิคการเกษตรตามที่ประกาศกรมวิชาการเกษตร
  • มีสมรรถนะตามที่กำหนดไว้ในประกาศ รวมถึงทักษะการปฏิบัติงานที่เหมาะสมกับตำแหน่งงาน

วิธีการคัดเลือก

การประเมินผู้สมัครจะครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่

  • ความรู้ความสามารถ: การสอบวัดความรู้เกี่ยวกับงานเกษตรเทคนิค
  • ทักษะ: การทดสอบทักษะในการปฏิบัติงานที่เกี่ยวเนื่อง
  • สมรรถนะ: การประเมินคุณลักษณะเฉพาะ เช่น ความรับผิดชอบ ความละเอียดรอบคอบ และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

วิธีการประเมินและเกณฑ์การประเมินทั้งหมดนั้นอยู่ในประกาศอย่างเป็นทางการของกรมวิชาการเกษตร สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเอกสารแนบในเว็บไซต์ กรมวิชาการเกษตร และ สำนักงาน ก.พ.



ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

เจ้าพนักงานการเกษตรจะปฏิบัติงานในลักษณะหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเกษตรและเทคนิคทางเกษตรซึ่งรวมถึง

  • การให้คำปรึกษาและแนะนำเกษตรกรเกี่ยวกับวิธีการเพาะปลูก การดูแลรักษาต้นพืช และการป้องกันโรคพืชและแมลงศัตรูพืช
  • การเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลด้านเกษตร เพื่อใช้ในการวางแผนและพัฒนางาน
  • สนับสนุนงานวิจัยด้านการเกษตรและการพัฒนาผลิตผลทางการเกษตร
  • ปฏิบัติงานตามมติและนโยบายของกรมวิชาการเกษตรอย่างเคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ

งานดังกล่าวต้องการผู้ที่มีความรู้ด้านการเกษตรอย่างลึกซึ้งและพร้อมที่จะทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนภารกิจของกรมวิชาการเกษตรอย่างเต็มที่



แนวทางการเตรียมตัวสอบเจ้าพนักงานการเกษตร

1. ศึกษาประกาศรับสมัครและเอกสารประกอบอย่างละเอียด

เพื่อเตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สมัครควรดาวน์โหลดและศึกษาประกาศกรมวิชาการเกษตรฉบับลงวันที่ 19 มิถุนายน 2568 และเอกสารประกอบอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจในรายละเอียดของเนื้อหาการสอบและเกณฑ์การวัดผล รวมถึงคุณสมบัติต่าง ๆ

2. ทบทวนความรู้ทางเกษตรกรรมและเทคนิคที่เกี่ยวข้อง

ผู้สมัครควรเน้นศึกษาความรู้ด้านการเกษตรที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • พืชสวน พืชไร่ และพืชเศรษฐกิจ
  • วิธีการเพาะปลูกที่ถูกต้องและเทคนิคการดูแลรักษาพืช
  • โรคพืชและแมลงศัตรูพืช พร้อมวิธีการป้องกันและกำจัด
  • การใช้เครื่องมืออุปกรณ์ทางการเกษตรต่าง ๆ

3. ฝึกทำแบบฝึกหัดและข้อสอบเก่าที่เกี่ยวข้อง

การฝึกทำแบบทดสอบที่คล้ายคลึงกับเนื้อหาในประกาศ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความเข้าใจในรูปแบบข้อสอบจริง อีกทั้งยังทำให้ผู้สมัครคุ้นเคยกับวิธีการแสดงความรู้และทักษะที่ถูกต้องในการสอบ

4. พัฒนาทักษะที่จำเป็นเฉพาะตำแหน่ง

นอกจากความรู้ทางวิชาการแล้ว ผู้สมัครควรฝึกฝนทักษะที่สอดคล้องกับงานจริง เช่น การสื่อสารกับเกษตรกร การรวบรวมข้อมูล และการใช้โปรแกรมหรือเครื่องมือที่เกี่ยวข้องในการวิเคราะห์ข้อมูล



สรุปและข้อแนะนำ

ตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตรในกรมวิชาการเกษตร เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่มีความสนใจและต้องการรับใช้สังคมผ่านงานเกษตรกรรม งานนี้ไม่เพียงแต่ให้รายได้ที่มั่นคง แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศด้วย

เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการสมัครงาน ขอแนะนำให้ผู้สมัคร

  • ศึกษาประกาศรับสมัครและเอกสารแนวทางอย่างละเอียด
  • เตรียมตัวด้วยการทบทวนความรู้และฝึกทำข้อสอบ
  • พัฒนาทักษะด้านเทคนิคและสมรรถนะที่จำเป็นอย่างสม่ำเสมอ
  • ติดตามข่าวสารและประกาศล่าสุดอย่างใกล้ชิด

การเตรียมความพร้อมในทุกมิติจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบผ่านและได้เข้าทำงานในกรมวิชาการเกษตรอย่างมั่นใจ



ข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครงาน

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดตามประกาศรับสมัครได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกรมวิชาการเกษตร

อย่าพลาดโอกาสสำคัญ สมัครสอบตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตรกับกรมวิชาการเกษตรได้ตั้งแต่วันที่ 14 – 22 กรกฎาคม 2568 นี้

ดูงานราชการล่าสุดและสมัครสอบได้ที่ www.doa.go.th และ job.ocsc.go.th เพื่อไม่พลาดข่าวสารและโอกาสงานราชการที่เหมาะสมกับคุณ!



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. คุณสมบัติที่ต้องมีสำหรับตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตรคืออะไร?

ผู้สมัครต้องมีวุฒิการศึกษา ปวท., ปวส. หรืออนุปริญญาในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร พร้อมทั้งมีทักษะและความรู้ด้านเทคนิคการเกษตรตามที่ประกาศกรมวิชาการเกษตรกำหนด

2. การคัดเลือกใช้วิธีใดบ้าง?

การคัดเลือกประกอบด้วยการสอบวัดความรู้ ทดสอบทักษะในการปฏิบัติงาน และการประเมินสมรรถนะส่วนบุคคล เช่น ความรับผิดชอบและการทำงานร่วมกับผู้อื่น

3. สถานที่ปฏิบัติงานของตำแหน่งนี้อยู่ที่ไหน?

สำนักงานใหญ่ของกรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

4. สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่เท่าไรถึงวันที่เท่าไร?

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม ถึง 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

5. มีแหล่งข้อมูลใดที่สามารถดาวน์โหลดประกาศและเอกสารประกอบได้?

สามารถดาวน์โหลดรายละเอียดประกาศได้ที่ ดาวน์โหลดเอกสารที่นี่ และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ กรมวิชาการเกษตร